ธาลัสซีเมียเป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง ทำให้ร่างกายสร้างฮีโมโกลบินได้ไม่สมบูรณ์ เด็กบางคนอาจมีอาการตั้งแต่เล็ก ในขณะที่บางคนอาจไม่แสดงอาการชัดเจน การสังเกตสัญญาณเตือนตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสม
เด็กซีด เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
หนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยคือ “ภาวะซีด” เด็กจะดูหน้าซีด ริมฝีปากซีด หรือฝ่ามือไม่อมชมพูเหมือนเด็กทั่วไป เพราะเม็ดเลือดแดงทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
อาการที่มักพบร่วมกัน ได้แก่
- เหนื่อยง่าย
- เล่นนิดหน่อยก็หมดแรง
- ง่วงบ่อย
- ไม่มีแรงวิ่งหรือทำกิจกรรม
บางคนอาจดูเหมือนเป็นเด็กขี้เกียจหรือไม่ค่อยสดใส ทั้งที่จริงเกิดจากร่างกายขาดออกซิเจนจากภาวะซีดเรื้อรัง
ตัวเหลือง ตาเหลือง
เด็กที่เป็นธาลัสซีเมียบางรายจะมีอาการตัวเหลืองหรือตาเหลือง เนื่องจากเม็ดเลือดแดงแตกเร็วกว่าปกติ ทำให้เกิดสารสีเหลืองสะสมในร่างกาย
ผู้ปกครองอาจสังเกตได้ว่า
- ผิวดูเหลืองคล้ำ
- ตาขาวออกเหลือง
- ปัสสาวะสีเข้ม
อาการเหล่านี้อาจเป็นๆหายๆและบางครั้งมักถูกเข้าใจผิดว่าเด็กพักผ่อนน้อยหรือกินอาหารไม่ครบ
โตช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน
เด็กที่มีธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงอาจมีการเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ เช่น
- น้ำหนักขึ้นช้า
- ตัวเล็กกว่าเพื่อน
- ส่วนสูงไม่ตามเกณฑ์
- กินอาหารได้น้อย
เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานจำนวนมากในการสร้างเม็ดเลือดแดงทดแทนตลอดเวลา ทำให้พลังงานที่ควรใช้ในการเจริญเติบโตลดลง
หน้าท้องโต หรือม้ามโต
เด็กบางคนอาจมีอาการท้องป่องหรือหน้าท้องโต เพราะม้ามทำงานหนักในการกำจัดเม็ดเลือดแดงที่ผิดปกติ
สัญญาณที่ควรระวัง เช่น
- คลำเจอก้อนบริเวณท้องด้านซ้าย
- ท้องโตผิดปกติ
- อิ่มเร็ว
- น้ำหนักไม่ขึ้น
หากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้ตรวจ อาจส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของเด็กได้
ติดเชื้อง่าย สุขภาพไม่แข็งแรง
เด็กที่มีภาวะซีดเรื้อรังอาจมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ทำให้ป่วยง่ายกว่าปกติ เช่น
- เป็นหวัดบ่อย
- ไข้ขึ้นง่าย
- อ่อนเพลียบ่อย
- ฟื้นตัวช้าเวลาป่วย
ผู้ปกครองบางคนอาจคิดว่าเป็นเพราะเด็กไม่แข็งแรงทั่วไป แต่หากมีอาการร่วมกับซีดหรือเหลือง ควรพาไปตรวจเลือดเพิ่มเติม
มีประวัติคนในครอบครัวเป็นธาลัสซีเมีย
เนื่องจากธาลัสซีเมียเป็นโรคทางพันธุกรรม หากพ่อหรือแม่เป็นพาหะ ลูกก็มีโอกาสได้รับยีนผิดปกติได้เช่นกัน
ควรระวังเป็นพิเศษหาก
- มีญาติเป็นธาลัสซีเมีย
- พ่อแม่เคยตรวจพบว่าเป็นพาหะ
- มีประวัติเด็กในครอบครัวซีดเรื้อรัง
การตรวจเลือดสามารถช่วยคัดกรองและวางแผนการดูแลได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
เมื่อไหร่ควรพาเด็กไปพบแพทย์
หากลูกมีอาการหลายข้อร่วมกัน เช่น ซีด เหนื่อยง่าย ตัวเหลือง หรือโตช้ากว่าปกติ ควรพาไปพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจเลือดอย่างละเอียด เพราะการรู้เร็วจะช่วยให้ดูแลสุขภาพและวางแผนการรักษาได้เหมาะสมมากขึ้น

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น